หลายคนอาจเคยเห็นเด็กที่มีใบหูข้างหนึ่งเล็กกว่าปกติ หรือมีรูปร่างของใบหูแตกต่างจากทั่วไป และสงสัยว่าเกิดจากอะไร

ภาวะนี้เรียกว่า “ภาวะใบหูเล็กไม่สมบูรณ์ (Microtia)” เป็นความผิดปกติแต่กำเนิดที่ทำให้ใบหูภายนอก (External Ear หรือ Pinna) เจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ หรืออาจไม่มีใบหูภายนอกเลย

นอกจากส่งผลต่อรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ภาวะนี้ยังอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของช่องหูและโครงสร้างของหูชั้นกลาง ทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยิน และหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านภาษา การสื่อสาร และการเรียนรู้ 

ภาวะใบหูเล็กไม่สมบูรณ์ (Microtia) คืออะไร?

ภาวะใบหูเล็กไม่สมบูรณ์ (Microtia) คือ ความผิดปกติแต่กำเนิดที่ทำให้ใบหูภายนอกพัฒนาไม่สมบูรณ์ โดยอาจเกิดขึ้นกับหูข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง และมีระดับความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

มักพบร่วมกับภาวะช่องหูตีบหรือไม่มีช่องหู (Aural Atresia) ซึ่งอาจทำให้การนำเสียงผ่านช่องหูและหูชั้นกลางผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียการได้ยินแบบนำเสียงบกพร่อง (Conductive Hearing Loss)

ระดับความรุนแรง

สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ ได้แก่

1. ระดับ I : ใบหูมีขนาดเล็กกว่าปกติเล็กน้อย แต่ยังมีรูปร่างและโครงสร้างใกล้เคียงกับใบหูทั่วไป
2. ระดับ II: ใบหูพัฒนาได้เพียงบางส่วน มักพบว่าช่องหูแคบหรือปิด ส่งผลต่อการได้ยิน
3. ระดับ III: เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุด ใบหูมีขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายเมล็ดถั่ว (Peanut-shaped Ear) และมักไม่มีรูหู
4. ระดับ IV (Anotia): ไม่มีใบหูภายนอกตั้งแต่กำเนิด ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่รุนแรงที่สุดของภาวะใบหูเล็กไม่สมบูรณ์ (Microtia)

ภาวะใบหูเล็กไม่สมบูรณ์ (Microtia) ข้างเดียว และสองข้างแตกต่างกันอย่างไร?

สามารถแบ่งตามตำแหน่งที่เกิดได้เป็น 2 ลักษณะ

1. ภาวะใบหูเล็กไม่สมบูรณ์ข้างเดียว (Unilateral Microtia)

เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุด โดยประมาณ 70–90% ของผู้ที่มีภาวะนี้ เป็นชนิดที่เกิดเพียงข้างเดียว

เด็กหลายรายยังสามารถได้ยินจากหูอีกข้างหนึ่งที่ไม่มีความผิดปกติของใบหู ทำให้สามารถพัฒนาด้านภาษาและการพูดได้ใกล้เคียงกับเด็กทั่วไป อย่างไรก็ตาม อาจยังพบปัญหา เช่น

  • การระบุตำแหน่งและทิศทางของเสียง
  • การฟังในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน
  • การแยกเสียงที่ต้องการฟังออกจากเสียงรอบข้าง

2. ภาวะใบหูเล็กไม่สมบูรณ์สองข้าง (Bilateral Microtia)

เป็นภาวะที่พบได้น้อยกว่า แต่มีความซับซ้อนมากกว่า เนื่องจากมีความผิดปกติของใบหูทั้งสองข้าง

มักส่งผลให้เกิดการสูญเสียการได้ยินในระดับที่มากกว่า จึงมีความเสี่ยงต่อพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสาร หากไม่ได้รับการรักษาและฟื้นฟูการได้ยินอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก

สาเหตุของภาวะใบหูเล็กไม่สมบูรณ์

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของภาวะนี้ แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการพัฒนาใบหูในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่โครงสร้างใบหูเริ่มก่อตัว

ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่

  • ปัจจัยทางพันธุกรรม (Genetic Factors)
  • ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างการตั้งครรภ์
  • ภาวะเบาหวานในมารดาระหว่างตั้งครรภ์
  • การใช้ยาบางชนิดระหว่างตั้งครรภ์

แม้บางรายอาจพบร่วมกับกลุ่มอาการทางพันธุกรรม (Genetic Syndromes) แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดยตรง

อาการของภาวะใบหูเล็กไม่สมบูรณ์

อาการของภาวะใบหูเล็กไม่สมบูรณ์ (Microtia) แตกต่างกันตามระดับความรุนแรง โดยอาจพบได้ เช่น

  • ใบหูมีขนาดเล็กหรือรูปร่างผิดปกติ
  • ช่องหูตีบหรือไม่มีช่องหู
  • การได้ยินลดลงในหูข้างที่มีความผิดปกติ
  • มีปัญหาด้านภาษาและการพูด โดยเฉพาะในผู้ที่มีความผิดปกติทั้งสองข้าง
  • มีปัญหาในการระบุตำแหน่งและทิศทางของเสียง
  • บางรายอาจพบรูหน้าหู (Preauricular Pit) หรือมีติ่งเนื้อบริเวณหน้าใบหู (Preauricular Tag) ร่วมด้วย

ในบางราย ภาวะนี้อาจเกิดร่วมกับความผิดปกติของใบหน้าและกะโหลก ดวงตา กระดูกสันหลัง หรือระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะหากเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาการทางพันธุกรรม จึงควรได้รับการตรวจประเมินอย่างเหมาะสม

การวินิจฉัย

แพทย์สามารถสังเกตความผิดปกติของใบหูได้ตั้งแต่แรกเกิด แต่การตรวจเพิ่มเติมมีความสำคัญ เพื่อประเมินความรุนแรงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

การตรวจที่อาจทำ ได้แก่

1. การตรวจการได้ยิน (Audiological Testing)

เพื่อประเมินระดับและประเภทของการสูญเสียการได้ยิน

2. การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)

เพื่อประเมินโครงสร้างของหูชั้นกลางและหูชั้นใน รวมถึงพัฒนาการทางกายวิภาค

3. การตรวจทางพันธุกรรม (Genetic Testing)

อาจพิจารณาในกรณีที่สงสัยว่า ภาวะนี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการทางพันธุกรรม

การวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญต่อการวางแผนการรักษาและสนับสนุนพัฒนาการด้านการได้ยิน

แนวทางการรักษา

การรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและความต้องการเฉพาะบุคคล โดยอาจประกอบด้วยการฟื้นฟูการได้ยิน การผ่าตัดสร้างใบหู หรือการใช้ใบหูเทียม

1. อุปกรณ์ช่วยการได้ยิน

ในภาวะนี้ การสูญเสียการได้ยินมักเป็นแบบนำเสียงบกพร่อง (Conductive Hearing Loss) เนื่องจากช่องหูตีบและความผิดปกติของหูชั้นกลาง แต่หูชั้นในมักไม่ได้รับผลกระทบและยังสามารถทำงานได้ตามปกติ

การฟื้นฟูการได้ยินตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ที่มีความผิดปกติทั้งสองข้าง

เครื่องช่วยฟังแบบนำเสียงผ่านกระดูก (Bone Conduction Hearing Aid) เช่น ADHEAR

  • ไม่ต้องผ่าตัด
  • ไม่จำเป็นต้องมีช่องหูหรือรูหู
  • ส่งผ่านแรงสั่นสะเทือนของกระดูกไปกระตุ้นหูชั้นในโดยตรง ผ่านทางแผ่น Adhesive adapter

ชุดอุปกรณ์นำเสียงผ่านกระดูกชนิดผ่าตัดฝัง (Bone Conduction Implant) เช่น BONEBRIDGE

  • ฝังส่วนของอุปกรณ์นำเสียงไว้ใต้ผิวหนัง
  • หลังการรักษาไม่มีส่วนของอุปกรณ์ที่เปิดผ่านผิวหนัง จึงไม่ต้องดูแลผิวหนังบริเวณแผลเป็นประจำทุกวัน
  • เครื่องประมวลผลเสียงภายนอก SAMBA 2 ยึดติดกับอุปกรณ์ฝังภายในด้วยแรงดูดของแม่เหล็ก
  • ส่งผ่านแรงสั่นสะเทือนของกระดูกไปยังหูชั้นในโดยตรง เพื่อคุณภาพเสียงที่ดีและชัดเจน
  • สะดวกสบายและเหมาะสำหรับการใช้งานในระยะยาว

2. การผ่าตัดสร้างใบหู

การสร้างใบหูใหม่ (Ear Reconstruction) เป็นแนวทางที่นิยมใช้ โดยมักพิจารณาเมื่อเด็กมีอายุประมาณ 6–10 ปี ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และความพร้อมของกระดูกอ่อนซี่โครง

วิธีที่ใช้ เช่น

  • การใช้กระดูกอ่อนซี่โครงของผู้ป่วยเอง (Rib Cartilage Reconstruction)
  • การใช้วัสดุสังเคราะห์ เช่น Medpor Implants

โดยทั่วไปการผ่าตัดจะทำเป็นหลายขั้นตอน และควรวางแผนร่วมกับทีมศัลยแพทย์เฉพาะทาง

3. ใบหูเทียม (Prosthetic Ear)

สำหรับผู้ที่ต้องการทางเลือกแบบไม่ผ่าตัด สามารถเลือกใช้ ใบหูเทียม (Prosthetic Ear) ที่ออกแบบเฉพาะบุคคลให้มีรูปร่างและสีใกล้เคียงกับใบหูอีกข้างที่ปกติ โดยสามารถยึดติดด้วยกาวเฉพาะทางหรือระบบอุปกรณ์ฝัง

ใบหูเทียมสามารถช่วยให้รูปลักษณ์ภายนอกมีความสมดุลมากขึ้น และให้ผลลัพธ์ด้านความสวยงามที่ดี

ผู้ที่มีภาวะใบหูเล็กไม่สมบูรณ์ (Microtia) สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติไหม?

แม้ภาวะนี้อาจส่งผลต่อรูปลักษณ์และการได้ยิน แต่ด้วยแนวทางการรักษาในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดสร้างใบหู ใบหูเทียม หรืออุปกรณ์ช่วยการได้ยินแบบนำเสียงผ่านกระดูก ผู้ที่มีภาวะนี้สามารถได้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งด้านการได้ยินเสียงและความสวยงาม

เมื่อได้รับการดูแลและการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ที่มีภาวะใบหูเล็กไม่สมบูรณ์ (Microtia) สามารถเรียนหนังสือ ทำงาน และใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงกับคนทั่วไป

หากบุตรหลานของท่านมีภาวะใบหูเล็กไม่สมบูรณ์ (Microtia) หรือมีความผิดปกติของใบหู ควรเข้ารับการประเมินและรักษาจากแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่ระยะแรก เพื่อวางแผนการดูแลและฟื้นฟูการได้ยินได้อย่างเหมาะสม

ข้อมูลอ้างอิง
MED-EL blog
Kidshealth
Mayoclinic
Centers for Disease Control and Prevention

Tags

No responses yet

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *