ขั้นตอนการเบิกเครื่องช่วยฟังตามแต่ละสิทธิ (ตอนที่ 1) 

สำหรับผู้ใช้สิทธิ 30 บาท

  1. เมื่อตรวจพบว่ามีการสูญเสียการได้ยินที่ความดังของเสียงตั้งแต่ 40 เดซิเบล แพทย์จะออกใบรับรองความพิการ
  2. ผู้ป่วยนำใบรับรองความพิการไปขึ้นทะเบียนคนพิการ (.74 บัตรทองผู้พิการ)ที่สำนักงานเขต 

หมายเหตุ: หากเป็นผู้ที่มีบัตรทองหรือขึ้นทะเบียนคนพิการอยู่แล้ว จะต้องตรวจสอบว่าเป็น ท.74 บัตรทองผู้พิการถ้าไม่ใช่ต้องขอใบรับรองความพิการจากแพทย์เพื่อขึ้นทะเบียนคนพิการ ท.74 บัตรทองผู้พิการ

  1. เมื่อขึ้นทะเบียนแล้ว นำบัตร/สมุดคนพิการ พร้อมทั้งบัตรประชาชน 
  2. ติดต่อขอใช้เครื่องช่วยฟัง โดยแพทย์จะออกใบสั่งยาและ/หรือใบ order แพทย์ ว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยฟัง 
  3. ลองและเลือกเครื่องช่วยฟังตามระดับที่สูญเสียการได้ยินตามผลตรวจ Audiogram 
  4. ลงบันทึกในแฟ้มประวัติผู้ป่วย ประกอบด้วย 
    • ผลการตรวจการได้ยิน
    • ผลการประเมินการใช้เครื่องช่วยฟัง
    • การแนะนำการใช้เครื่องช่วยฟัง
    • การติดตามผลการใช้เครื่องช่วยฟัง
    • จำนวนเครื่องที่ให้กับผู้สูญเสียการได้ยิน พร้อมทั้งลักษณะเฉพาะของแต่ละเครื่อง ได้แก่ ชนิดเครื่อง ยี่ห้อ รุ่น และหมายเลขเครื่อง
  1. ทำพิมพ์หู แล้วนัดรับเครื่องพร้อมพิมพ์หู 
  2. รับพิมพ์หูพร้อมเครื่องช่วยฟังตามวันนัด โดยไม่ต้องชำระเงิน เนื่องจากทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้เรียกเก็บจากหน่วยงาน สปสช.
  3. ติดตามผลเป็นระยะ โดยแบ่งเป็น 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี ตามลำดับ โดยวันที่มาติดตามผลจะถูกบันทึกไว้ทุกครั้ง หากไม่มาตามนัดหมายอาจมีผลในการพิจารณาให้เครื่องช่วยฟังในครั้งต่อไป 

หลักฐานที่ใช้ในการเบิกค่าเครื่องช่วยฟังกับสปสช 

 (โรงพยาบาลเก็บเพื่อใช้ประกอบเบิก)

  1. ใบสั่งยาและ/หรือใบ order แพทย์
  2. ผลตรวจ Audiogram
  3. ผลการประเมินการใส่เครื่องช่วยฟัง
  4. รายละเอียดรุ่น ยี่ห้อ และหมายเลขเครื่องช่วยฟัง
  5. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ป่วย พร้อมลายเซ็นหรือพิมพ์นิ้วหัวแม่มือ

แสดงความคิดเห็น

Tags

No responses yet

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

0