Dr. Ingeborg Hochmair ผู้หญิงที่ช่วยให้คนหูหนวกทั่วโลกกว่า 700,000 คน กลับมาได้ยินอีกครั้ง
ในปี 1975 ขณะที่ Ingeborg Hochmair อายุ 22 ปี และ กำลังศึกษาอยู่ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเวียนนา ในประเทศออสเตรีย ว่าที่สามีของเธอ Erwin Hochmair ได้มาชวนเธอทำโปรเจกต์ที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ ด้วยประโยคสั้นๆที่เป็นจุดเริ่มต้นของ MED-EL ที่ว่า “ช่วยผมสร้างอุปกรณ์ที่จะทำให้คนหูหนวกกลับมาได้ยินอีกครั้งได้ไหม”

ในยุคนั้น อาการหูหนวกถูกมองว่าเป็นสิ่งถาวร ไม่สามารถรักษาได้ ผู้ที่เกิดมาหูหนวก หรือสูญเสียการได้ยินจากโรคหรืออุบัติเหตุ จะไม่มีโอกาสกลับมาได้ยินอีก พวกเขาต้องเรียนภาษามือ อ่านริมฝีปาก และใช้ชีวิตในโลกที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อพวกเขา วงการแพทย์พยายามหาทางแก้มาหลายสิบปี แต่ไม่เคยสำเร็จ จนกระทั่งErwin มีแนวคิดที่จะกลายเป็นการปฏิวัติวงการ ด้วยการตั้งคำถามที่ว่า
ถ้าเราข้ามส่วนของหูที่เสียหาย แล้วส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังเส้นประสาทการได้ยินโดยตรงล่ะ?
ถ้าเราสามารถแปลงเสียงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าที่สมองตีความว่าเป็นการได้ยินได้ล่ะ?
มันฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ Ingeborg ตอบตกลงทันที
ก่อนหน้านั้น เธอเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ในปี 1975 ด้วยการเป็นผู้หญิงคนแรกของออสเตรียที่ได้รับปริญญาเอกด้านวิศวกรรมไฟฟ้า จากหนึ่งในมหาวิทยาลัยด้านเทคนิคที่ทรงเกียรติที่สุดของยุโรป ในสาขาที่ถูกครอบครองโดยผู้ชายมายาวนานกว่าศตวรรษ ซึ่งหัวข้อวิทยานิพนธ์ของเธอคือ “การพัฒนาเชิงเทคนิคและการประเมินทางจิตอะคูสติกของระบบกระตุ้นเส้นประสาทการได้ยินแบบหลายช่องสัญญาณระยะยาว” หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ รากฐานของ “ประสาทหูเทียม” (Cochlear Implant) นี่ไม่ใช่แค่งานวิจัยที่ทะเยอทะยาน แต่มันคือการปฏิวัติวงการแพทย์ เพราะแนวคิดในการส่งสัญญาณไฟฟ้าเข้าสู่ระบบประสาทมนุษย์โดยตรง เพื่อฟื้นฟูประสาทสัมผัสที่สูญเสียไปนั้น ถูกมองว่าแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ Ingeborg ไม่เคยสนใจคำว่า “เป็นไปไม่ได้” เธอเติบโตมาในครอบครัวนักบุกเบิก แม่ของเธอเป็นนักฟิสิกส์ ส่วนพ่อเป็นคณบดีคณะวิศวกรรมเครื่องกลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเวียนนา ส่วนคุณย่าเป็นหนึ่งในวิศวกรเคมีหญิงคนแรกของออสเตรีย การทลายกำแพงข้อจำกัดจึงอยู่ในสายเลือดของเธอ เธอและเออร์วินใช้เวลาหลายเดือนในการสร้างต้นแบบ ทดลองการจัดวางอิเล็กโทรด ศึกษาเส้นประสาทการได้ยิน และแก้ปัญหาที่ไม่เคยมีใครแก้ได้มาก่อน เช่น จะย่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ให้เล็กพอสำหรับฝังในกะโหลกมนุษย์ได้อย่างไร จะสร้างวัสดุที่ร่างกายไม่ปฏิเสธได้อย่างไร จะประมวลผลเสียงแบบเรียลไทม์ และแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่สมองเข้าใจได้อย่างไร ทุกขั้นตอนคือดินแดนใหม่ที่ไม่เคยมีใครเดินมาก่อน

♦ ปี 1977 เพียงสองปีหลังจบปริญญาเอก ทีมแพทย์ในกรุงเวียนนา นำโดย Kurt Burian ได้ผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมแบบหลายช่องสัญญาณไมโครอิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรกของโลกให้กับผู้ป่วย และเมื่อเปิดใช้งาน ผู้ป่วย “ได้ยิน” อาจไม่สมบูรณ์แบบ ไม่เหมือนการได้ยินตามธรรมชาติ แต่หลังจากไม่ได้ยินเสียงมานานหลายปี เสียงต่าง ๆ เริ่มกลับมา เสียงพูดเริ่มมีความหมายอีกครั้ง นั่นคือจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติครั้งใหญ่ สิ่งที่ทำให้งานของ Ingeborg แตกต่างจากความพยายามก่อนหน้านั้น คือเธอไม่ได้สร้างอุปกรณ์ที่ “ใช้งานได้ครั้งเดียว” แต่เธอสร้างระบบที่สามารถพัฒนา ปรับปรุง และขยายต่อได้ในอนาคต เธอพัฒนาระบบหลายช่องสัญญาณ เพื่อประมวลผลความถี่เสียงหลายระดับพร้อมกัน พัฒนากลยุทธ์การประมวลผลเสียงพูด เพื่อช่วยให้สมองตีความเสียงที่ซับซ้อน และบุกเบิกการย่อขนาดอุปกรณ์ จนสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน หนึ่งในผู้ใช้งานยุคแรกคือผู้หญิงที่ชื่อ Connie เธอใช้เวลานับไม่ถ้วนในห้องทดลองของครอบครัว Hochmair เพื่อทดสอบอุปกรณ์และช่วยพัฒนาเทคโนโลยีต่อไป จนถึงปี 1980 Connie สามารถ “เข้าใจคำพูด” ได้ผ่านประสาทหูเทียม ตอนนั้นเอง Ingeborg รู้แล้วว่า นี่ไม่ใช่แค่งานวิจัย แต่มันคืออนาคต
♦ ในปี 1989 MED-EL ถูกก่อตั้งโดย Ingeborg และ Erwin เพื่อพัฒนาและผลิตอุปกรณ์ประสาทหูเทียม บริษัทเริ่มต้นเล็ก ๆ ด้วยทีมวิศวกรและนักวิจัยเพียงไม่กี่คนในเมืองอินส์บรุค ประเทศออสเตรีย

ปัจจุบัน MED-EL กลายเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการได้ยิน มีพนักงานมากกว่า 2,500 คนทั่วโลก และ Ingeborg เธอยังคงดำรงตำแหน่ง CEO และ CTO ซึ่งยังคงประดิษฐ์ คิดค้น และ ผลักขอบเขตของสิ่งที่เป็นไปได้ต่อไป
ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ประสาทหูเทียมได้เปลี่ยนจากเทคโนโลยีทดลอง กลายเป็นการรักษามาตรฐานสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินระดับรุนแรง ปัจจุบันมีผู้คนมากกว่า 700,000 คนทั่วโลกที่ได้รับประสาทหูเทียม 700,000 คนที่สามารถได้ยินเสียงลูกของตัวเอง ได้ฟังดนตรี เข้าร่วมบทสนทนาโดยไม่ต้องอ่านริมฝีปาก และรับรู้โลกแห่งเสียงรอบตัวอีกครั้ง
ทั้งหมดนี้ ต้องขอบคุณ Ingeborg Hochmair แต่น่าแปลก ที่คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้จักชื่อของเธอ หากถามคนทั่วไปถึงนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ หลายคนอาจตอบว่า Edison, Tesla, Einstein หรือ Marie Curie แต่ถ้าถามว่า “ใครคือผู้คิดค้นประสาทหูเทียม” หลายคนอาจตอบไม่ได้เลย ทั้งที่ผู้หญิงคนนี้ ได้คืนหนึ่งในประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์ให้กับผู้คนหลายแสนคน สร้างบริษัทระดับโลก ตีพิมพ์งานวิจัยกว่า 100 ชิ้น และถือสิทธิบัตรมากกว่า 50 รายการ เธอได้รับรางวัลสำคัญมากมาย เช่น รางวัล Lasker-DeBakey Clinical Medical Research Award รางวัล Russ Prize ด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ เหรียญ IEEE Alexander Graham Bell Medal และ ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2026 เธอได้รับรางวัล Queen Elizabeth Prize for Engineering ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลด้านวิศวกรรมที่ทรงเกียรติที่สุดของโลก เธอยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก
แต่ถึงอย่างนั้น ชื่อของเธอก็ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพราะผลงานของเธอไม่ใช่การสร้างสมาร์ทโฟน ไม่ใช่แอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย และไม่ใช่จรวดไปดาวอังคาร มันคือเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ซ่อนอยู่หลังใบหูของผู้คน และเปลี่ยนชีวิตอย่างเงียบ ๆ ทีละคน


เพราะผู้ที่ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ มักเป็นเด็กหูหนวกและผู้สูญเสียการได้ยิน ซึ่งไม่ใช่กลุ่มคนที่สังคมพูดถึงเสียงดังเสมอไป และ เพราะ Ingeborg เอง ไม่เคยวิ่งหาชื่อเสียง เธอเป็นวิศวกรและนักธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ “งาน” มากกว่า “การยอมรับ” แต่นั่นไม่ได้ทำให้อิทธิพลของเธอลดลงเลย ลองจินตนาการว่า คุณเป็นพ่อแม่ และได้ยินเสียงลูกเรียกคุณเป็นครั้งแรก ลองจินตนาการว่า คุณสูญเสียการได้ยินจากอุบัติเหตุ และคิดว่าจะไม่มีวันได้ฟังดนตรีอีก แล้ววันหนึ่ง คุณได้ยิน เสียงต่างๆผ่านการใช้งานประสาทหูเทียม ซึ่งนี้คือมรดกที่ Ingeborg Hochmair ทิ้งไว้ให้โลก เธอไม่ได้แค่สร้างอุปกรณ์ แต่เธอฟื้นฟูการเชื่อมโยงของมนุษย์ เธอคืนความสามารถในการ “ได้ยิน” ให้กับผู้คน พร้อมกับทลายกำแพงที่เคยบอกผู้หญิงว่า “วิศวกรรมไม่ใช่ที่ของผู้หญิง”
♦ ในปี 2012 เธอสนับสนุนการก่อตั้งตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยอินส์บรุค เพื่อสนับสนุนนักวิจัยหญิง และสร้างโครงการ “Ingeborg Hochmair Professorships” สำหรับผู้หญิงที่ต้องการกลับเข้าสู่วงการวิชาการหลังหยุดพักงาน ซึ่งเธอไม่ได้เปลี่ยนชีวิตผู้คนด้วยเทคโนโลยีเท่านั้น เธอยังเปิดประตูให้วิศวกรหญิงรุ่นต่อไปอีกด้วย

♦ ปัจจุบัน Ingeborg Hochmair อายุ 73 ปีแล้ว แต่เธอยังคงบริหาร MED-EL ยังคงสร้างนวัตกรรม และยังคงพัฒนาเทคโนโลยีประสาทหูเทียมรุ่นใหม่ต่อไป แม้คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักชื่อของเธอ แต่มีผู้คนกว่า 700,000 คนที่ “ได้ยิน” เพราะเธอ นี่ไม่ใช่แค่ นวัตกรรม ไม่ใช่แค่วิศวกรรมอันยอดเยี่ยม แต่มันคือการคืน “ความเป็นมนุษย์” ให้กับผู้คน ทีละคน โลกเคยบอกว่าสิ่งที่เธอทำว่า “เป็นไปไม่ได้” แต่เธอพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มันเป็นไปได้จริง และวันนี้ เสียงของผู้คนกว่า 700,000 คนทั่วโลก คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่าเธอทำสำเร็จแล้ว
อ้างอิง Its typischcalvin
ภาพจาก MED-EL blog

No responses yet