โรคหูชั้นกลางอักเสบ เกิดขึ้นจากการที่หูชั้นกลางของเราเกิดการติดเชื้อและมีของเหลว ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหูมาก และอาจมีการได้ยินลดลงได้ชั่วคราว หรือหากการติดเชื้อรุนแรงมากก็อาจทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินถาวรได้

หลายท่านอาจมีข้อสงสัยว่า
“ทำไมการติดเชื้อที่หูชั้นกลางจึงพบได้บ่อยในฤดูหนาวมากกว่าฤดูร้อน?”
“การติดเชื้อที่หูชั่วคราวสามารถทำให้สูญเสียการได้ยินถาวรได้อย่างไร?”

 

 

โดยส่วนใหญ่การติดเชื้อที่หูชั้นกลางมักเกิดจากไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ไซนัสอักเสบ หรืออาจติดเชื้อจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น การว่ายน้ำ ดำน้ำ สั่งน้ำมูกแรงเกินไป ก็อาจทำให้ติดเชื้อและเกิดการอักเสบขึ้นได้ 

 

ในช่วงฤดูหนาวพบว่ามีไวรัสหวัดและไข้หวัดใหญ่ลอยไปมาในอากาศมากกว่าในฤดูร้อน จึงทำให้คนมักเป็นไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ได้ง่ายกว่าในช่วงฤดูหนาว

 

เนื่องจากท่อยูสเตเชี่ยนของเด็กจะวางตัวในแนวระนาบกว่าในผู้ใหญ่ และมีขนาดสั้นกว่าของผู้ใหญ่ ทำให้เชื้อสามารถเข้าสู่จมูก และโพรงหลังจมูกได้ง่าย จึงเกิดการอักเสบที่หูชั้นกลางได้บ่อยกว่าผู้ใหญ่

 

เช่นเดียวกับไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ ที่มักทำให้เกิดการติดเชื้อที่หูและจะหายไปได้เองในภายหลัง ซึ่งแพทย์ส่วนใหญ่จะไม่จ่ายยาปฏิชีวนะจนกว่าคุณจะมีอาการมากกว่าสามวัน

 

การติดเชื้อที่หูส่วนใหญ่อาจทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินชั่วคราว เนื่องจากของเหลวในหูชั้นกลางมีผลให้คลื่นเสียงถูกส่งไปถึงหูชั้นในได้น้อยลงทำให้ได้ยินเสียงยากขึ้น 

โดยปกติแล้วการอักเสบจะหายไปเมื่อไม่มีการติดเชื้อแล้ว และของเหลวจะไหลออกจากหูชั้นกลางของคุณ อย่างไรก็ตาม หากคุณมีการติดเชื้อที่หูบ่อย ๆ (โรคหูน้ำหนวกเรื้อรัง) หรือการติดเชื้อที่หูขั้นรุนแรง ก็อาจทำให้หูของคุณสูญเสียการได้ยินถาวรได้ 

แบคทีเรียต้องการอาหารเพื่อความอยู่รอดและเพิ่มจำนวน ดังนั้นตัวแบคทีเรียจึงเริ่มกินเยื่อแก้วหู และกระดูกเล็ก ๆ สามชิ้นในหูชั้นกลางของคนเรา ซึ่งเมื่อกระดูกหูชั้นกลางและเยื่อแก้วหูที่มีความเสียหายเกิดขึ้นก็จะทำให้ไม่สามารถส่งคลื่นเสียงผ่านไปยังหูชั้นในได้ ทำให้คุณค่อย ๆ สูญเสียการได้ยินได้ตั้งแต่ชั่วคราวไปจนถึงถาวร ดังนั้นเมื่อมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับหูจึงควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพบว่ามีอาการไข้หวัดนานแล้วยังไม่หาย หรือเป็นหวัดบ่อยครั้งจนเกินไป

 

เด็กที่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 6 – 18 เดือน พบว่ามีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะติดเชื้อที่หู ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับเวลาที่สำคัญที่สุดหรับการพัฒนาทักษะด้านภาษาของเด็ก หากเด็กไม่ได้ยินเสียงที่ชัดเจน หรือดังพอดีในช่วงเวลานี้ พวกเขาอาจมีปัญหาในการเรียนรู้ที่จะฟัง พูด และแม้แต่การอ่านอีกด้วย ดังนั้นเด็กๆ ที่มีประวัติติดเชื้อที่หูชั้นกลางบ่อย ๆ จะต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยรักษา และได้ใส่เครื่องช่วยฟังตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้กระทบต่อพัฒนาการทางภาษาของพวกเขา

 

ข่าวดีก็คือมีอุปกรณ์ช่วยฟังที่สามารถช่วยให้คุณได้ยินเสียงได้ ถึงแม้จะมีอาการติดเชื้อที่หูอยู่ในขณะนั้น ด้วยเครื่องนำเสียงผ่านกระดูกอย่าง ADHEAR ที่คุณสามารถสวมใส่ และถอดออกได้อย่างง่ายดาย เราแนะนำให้คุณใส่เครื่อง ADHEAR ในระหว่างที่คุณมีการติดเชื้อที่หู และสามารถถอดออกได้เมื่อคุณหายเป็นปกติ (ไม่มีการอักเสบหรือมีการติดเชื้อที่หูแล้ว) เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเด็กเล็กที่มีการติดเชื้อที่หูเรื้อรัง เพราะ ADHEAR สามารถช่วยให้พวกเขาได้ยินเสียงรอบ ๆ ตัวทั้งหมดได้ เพื่อให้พวกเขาได้ยินเสียงต่างๆในสิ่งแวดล้อมรอบตัว และสามารถเรียนรู้ที่จะพูดได้เหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
Synphaet children’s hospital
Paolohospita
MED-EL

Category
Tags

No responses yet

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *